MBK Group

TH EN
ร่วมงานกับเรา  หน้าแรก

สารจากประธานกรรมการ

 

ภาพรวมเศรษฐกิจของ ประเทศไทยในปี 2562มีอัตรา การขยายตัวร้อยละ 2.4 ซึ่งลดลง จากปี 2561 ที่มีการขยายตัวอยู่ที่ ร้อยละ 4.2 อันเนื่องมาจากผลกระทบจาก ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ซึ่งมีปัจจัย สำคัญมาจาก มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่าง ประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศจีน สถานการณ์ การเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทิศทางการดำเนิน นโยบายการเงินของประเทศ ซึ่งส่งผลต่อการแข็งค่าของเงินบาท อย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลกระทบจากภาวะภัยแล้งต่อภาคเกษตรกรรม

ปี 2562 MBK GROUP ดำเนินธุรกิจด้วยศักยภาพขององค์กร และการปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้MBK GROUP มี อัตราการเติบโตและสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีผลการดำเนินงานในภาพรวมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่31ธันวาคม 2562 เมื่อเทียบกับปี2561 ดังนี้

รายได้จากการดำเนินงาน 12,250 ล้านบาท ลดลง 443 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3 และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ 2,800 ล้านบาท ลดลง 81 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3 โดยในปี2562 มีการรับรู้รายได้เงินปันผลพิเศษระหว่างกาลจำนวน 533 ล้านบาท จากบริษัทร่วมแห่งหนึ่งที่มีสภาพคล่องส่วนเกินจากการปรับปรุงโครงสร้างทางธุรกิจภายในกลุ่ม ส่วนในปี2561 มีการรับรู้กำไร จากการขายเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขายในความต้องการของตลาดแห่งหนึ่งที่ประกอบธุรกิจโรงแรม และเงินลงทุนในบริษัทร่วมอีกแห่งหนึ่ง ที่ประกอบธุรกิจโรงแรม สุทธิจากภาษีเงินได้ที่เกี่ยวข้องรวมเป็นจำนวน 1,163ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากไม่นับรวมรายการที่เกิดขึ้นดังกล่าวแล้ว กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ สำหรับปี2562 และ 2561 จะแสดงอยู่ที่ 2,267 ล้านบาท และ 1,718 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 549 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 32

ส่วนฐานะการเงินของ MBK GROUP ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 เมื่อเทียบกับปี 2561 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ มีสินทรัพย์ รวม 52,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,347 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7 มีหนี้สินรวม 27,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,325 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5 หนี้สินรวมดังกล่าวประกอบด้วย หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 16,777 ล้านบาท และหนี้สินที่ไม่มีภาระดอกเบี้ย 10,960 ล้านบาท และมีส่วนของ ผู้ถือหุ้นรวม 24,706 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,022 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9

ปี 2562 MBK GROUP ได้มีการดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้

ธุรกิจศูนย์การค้า ในส่วนของศูนย์การค้า MBK Center ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษา การเป็นศูนย์การค้าที่เป็นจุดหมายอันดับต้นๆของกลุ่มนักท่องเที่ยว (Tourist Destination) โดยในส่วนของการปรับปรุงศูนย์การค้า นั้น ได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่เช่าและพื้นที่ส่วนกลาง ภายใน อาคาร โดยปรับปรุงพื้นที่เช่าชั้น 3 โซน D และปรับปรุงพื้นที่ ชั้น 4 โซน D เพื่อเปิดเป็นพื้นที่ลานกิจกรรมให้ลูกค้าสามารถ เช่าพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าและบริการได้เพิ่มมากขึ้น รวมถึง ปรับปรุงตกแต่งพื้นที่เช่าบริเวณชั้น 6 โซน D สำหรับให้ลูกค้า เช่าพื้นที่ในการให้บริการ Co-Working Space(พื้นที่การทำงาน โดยไม่จำกัดสังกัด) เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ทันสมัย และ เพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้เช่าและผู้ใช้บริการได้อย่างครบครัน รวมทั้งได้มีการเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ศูนย์การค้า MBK Center เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างแบรนด์ภายใต้ MBK GROUP ที่จะช่วยส่งเสริมให้แบรนด์MBKเป็นอันหนึ่งอัน เดียวกัน และทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นในหลากหลายกลุ่ม ลูกค้า รวมถึงการสร้างความแข็งแรงในการบริหารศูนย์การค้า ให้เป็นแหล่งช้อปปิ้งแบบฉบับของ MBK Center ที่มีความหลาก หลายสนุกสนาน เหนือความคาดหมายสะท้อนตัวตนของ MBK Center ให้แตกต่างจากศูนย์การค้าอื่นๆ นอกจากนี้ด้วยความ มุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ศูนย์การค้า MBK Center ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ(Thailand Quality Class : TQC) จากสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ ประจำปี2562 ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติแสดงถึงความ เป็นเลิศในการบริหารจัดการขององค์กรที่ทัดเทียมระดับ มาตรฐานโลก

สำหรับ ธุรกิจศูนย์การค้าของกลุ่มบริษัท สยาม พิวรรธน์จำกัด(SPW) ในฐานะบริษัทร่วม ณ วันที่31ธันวาคม 2562 ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 48.66 รับรู้ส่วนได้เสีย ในปี2562เท่ากับ 507.04ล้านบาท โดยโครงการต่างๆ มีความคืบหน้า ดังนี้

โครงการไอคอน สยาม ในส่วนอาคารคอนโดมิเนียม 2 อาคาร ประกอบด้วย อาคารแมกโนเลียส์วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์และอาคารเดอะเรสซิเดนซ์แอท แมนดาริน โอเรียน เต็ลกรุงเทพฯคาดว่า สามารถโอนห้องชุดให้แก่ลูกค้าได้ทั้งหมด ภายในปี2564โดยในส่วนของ ทรูไอคอน ฮอลล์ (TrueIcon Hall) ศูนย์ประชุมมาตรฐานระดับโลก พื้นที่กว่า 12,000ตารางเมตร ตั้งอยู่บนชั้น 7 และ 7M เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่เดือน กันยายน 2562

นอกจากนี้ SPW ได้ร่วมลงทุนกับไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้านค้าปลีกชั้นนำของโลก ดำเนินธุรกิจ Luxury Premium Outlets แห่งแรกของกรุงเทพฯ บนเนื้อที่ 150 ไร่ คาดว่า จะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณกลางปี 2563

ภาพรวมการก่อสร้างโครงการไอคอน สยาม เฟส 2 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามโครงการ ไอคอน สยาม มีความคืบ หน้าการก่อสร้างโดยรวมประมาณร้อยละ15โครงการประกอบ ด้วย 2 ส่วนหลักคือ ส่วนแรกเป็น ร้านค้า และซูเปอร์มาร์เก็ต ตั้งอยู่ส่วนล่างของอาคาร และส่วนที่สองเป็นโรงแรม ตั้งอยู่ ส่วนบนของอาคาร คาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณกลางปี 2564 และปลายปี2565 ตามลำดับ ในขณะที่การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทองมีความ คืบหน้ากว่าร้อยละ 60 มีกำหนดเสร็จตามแผนประมาณ ปลายปี 2563

ในปี2562 โครงการ ไอคอน สยามได้รับรางวัล ชนะเลิศในสาขาต่าง ๆ ดังนี้

  • รางวัลชนะเลิศ “โครงการที่ออกแบบดีที่สุด ในโลก” จาก World Retail Awards 2019
  • รางวัลชนะเลิศ “น้ำพุเต้นระบำยาวที่สุดใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” จาก STEVIE Awards 2019
  • รางวัลชนะเลิศ “โครงการแห่งใหม่ที่ดีที่สุด” จาก International Council of Shopping Centers’ (ICSC) Asia Pacific Awards
  • รางวัลชนะเลิศ “ให้การสนับสนุนธุรกิจราย ย่อยดีที่สุด” จากInternational Council of Shopping Centers’ (ICSC) Asia Pacific Awards
  • รางวัลชนะเลิศ “งานเปิดตัวที่ดีที่สุด” จาก International Council of Shopping Centers’ (ICSC) Asia Pacific Awards
  • รางวัลชนะเลิศ “แคมเปญประชาสัมพันธ์ดีที่สุด” จาก International Council of Shopping Centers’ (ICSC) Asia Pacific Awards

ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ยังคงมุ่งมั่นในการ พัฒนาศักยภาพในการให้บริการที่เป็นมาตรฐานระดับสากล และปรับปรุงห้องพักและระบบโครงสร้างพื้นฐานพร้อมขยาย การลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการ เข้าพัก ทันสมัยสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและ ผู้ใช้บริการให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด อาทิโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ที่ทำการปรับปรุงห้องพักโรงแรม รวมทั้งสิ้น 148 ห้อง ซึ่งมีมูลค่าเงินลงทุนกว่า 120 ล้านบาท นอกจากนี้เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562โรงแรมดุสิต ธานีกระบี่ บีช รีสอร์ท ได้รับรางวัล “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไทย” (Thailand Tourism Awards) หรือ “รางวัลกินรี” ประเภท “ที่พักนักท่องเที่ยว” ระดับทอง สาขารีสอร์ท ที่ได้มาตรฐานคุณภาพการให้บริการที่โดดเด่น โดยทางการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดขึ้น เพื่อมอบให้กับสถาน ประกอบการ ชุมชน หน่วยงาน ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาการ ท่องเที่ยวไทย

ธุรกิจกอล์ฟ มีสนามกอล์ฟให้บริการจำนวนทั้งสิ้น 5 สนาม โดยแบ่งออกเป็น 2 สนามในจังหวัดภูเก็ต คือ สนาม กอล์ฟ เดอะล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คอร์ส (LPGC) และสนามกอล์ฟ เดอะ เรดเมาเทิน กอล์ฟ คอร์ส (RMGC) โดยทั้ง 2 สนาม เป็น สนามที่ได้รับการยอมรับจากนักกอล์ฟทั้งชาวไทย และชาว ต่างชาติว่า เป็นสนามกอล์ฟที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยLPGC ได้รับรางวัลระดับนานาชาติเช่น IGOLF CHARTERan8Point Commitment for Environmental and Social ResponsibilityและTripadvisor Certificate of Excellence Winner 4 stars สำหรับ RMGC ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ เช่น Asian Golf Award Monthly Best New Course in Asian, Hapa Best 5 in Asia Platinum Winner Hapa Golf Course of the Year, Asian Golf Awards Best Course in Thailand (Top 10 List) เป็นต้น ส่วนอีก 3 สนามในจังหวัด ปทุมธานีคือสนามกอล์ฟ ริเวอร์เดลกอล์ฟ แอนด์คันทรี่คลับ (RDGC),สนามกอล์ฟ บางกอกกอล์ฟ คลับ (BKGC)และสนาม กอล์ฟ ลำลูกกา คันทรี่คลับ (LLKGC) ทั้งนี้RDGC กับ BKGC จะเป็น 2สนามที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน โดยที่ BKGC เป็นสนาม กอล์ฟ มีการให้บริการทั้ง Day Golfและ Night Golf เพื่อความ สะดวกของผู้ใช้บริการที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้มีการปรับปรุงพัฒนาคุณภาพของสนามอย่างต่อเนื่อง ทั้งการ ปรับปรุงในส่วนของสภาพสนาม และคลับเฮาส์ เพื่อเพิ่มความ สะดวกให้กับผู้ใช้บริการ ทั้งนี้การให้บริการสนามกอล์ฟของ ทางกลุ่มธุรกิจได้มีการทำสัญญาการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วม กับสนามกอล์ฟชั้นนำในต่างประเทศอีกหลายสนาม ทำให้ธุรกิจ กอล์ฟของ MBK GROUP มีความหลากหลายและสามารถตอบ สนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ดำเนินธุรกิจพัฒนาที่ดิน เพื่อขาย ธุรกิจรับบริหารทรัพย์สิน และธุรกิจให้คำปรึกษาและ ประเมินมูลค่ทรัพย์สิน โดยทีมงานผู้มีประสบการณ์ และ ความชำนาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้พัฒนาโครงการ ควินน์ คอนโดสุขุมวิท 101ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์บริเวณ ติดสถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถีถนนสุขุมวิท มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี2563 นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ได้พัฒนาโครงการ ควาริทซ์ พระราม 9 (QUARITZ RAMA9) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยในรูปแบบสถาปัตยกรรม ร่วมสมัย บนทำเลที่มีศักยภาพติดถนนพระราม 9 ซึ่งใกล้ ศูนย์การค้า เดอะไนน์เซ็นเตอร์สถานศึกษา และโรงพยาบาล ชั้นนำ ด้วยรูปแบบบ้านที่ทันสมัย หรูหรา ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 600 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดขาย ประมาณไตรมาส 2 ปี2563

สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยที่จังหวัดปทุมธานีซึ่ง ประกอบด้วยโครงการ พาร์คริเวอร์เดลเป็นการออกแบบบ้าน ที่มีพื้นที่สวนรอบบ้าน ให้ผู้อยู่อาศัยได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมาก ที่สุดและรายล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวทั้งโครงการและโครงการ เดอะ ริเวอร์เดล เรสซิเดนซ์ซึ่งเป็นวิลล่าสุดหรูสไตล์ “Elite Villa” พร้อมวิวสนามกอล์ฟ ริเวอร์เดลแบบพาโนรามา โดยทั้ง 2 โครงการมีมูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้าน

ธุรกิจอาหาร ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับด้านอาหาร ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์แกรนารีจำกัด (มหาชน) (PRG) ในปี2562 ผลผลิตข้าวไทยมีปริมาณที่ลดลง อันเป็นผลมาจากสภาวะภัยแล้ง และมีการบริโภคภายใน ประเทศลดลงจากการบริโภคข้าวต่อคนที่ลดน้อยลง และ การบริโภคสินค้าอาหารอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันด้าน ราคาของตลาดภายในประเทศไทยสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม PRG ได้ปรับตัวด้วยการใช้กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง และเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ของสภาวะเศรษฐกิจได้แก่การปรับลดสำรองสินค้า คงคลังของวัตถุดิบประเภทข้าวสารให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ด้านอุปสงค์อุปทาน และการคาดการณ์แนวโน้มของราคา วัตถุดิบอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมต้นทุนในการจัดหาวัตถุดิบ มาตรการการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการลงทุน และใช้จ่าย รวมถึงการปิดธุรกิจบางธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทน

สำหรับธุรกิจศูนย์อาหารและการบริการ ภายใต้ สถานการณ์ปัจจุบันที่การแข่งขันด้านการบริการธุรกิจศูนย์ อาหารเพิ่มสูงขึ้น ทางกลุ่มธุรกิจอาหารจึงได้มีการปรับกลยุทธ์ ในการดำเนินธุรกิจโดยการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ครั้งใหญ่ จาก “เอ็ม บีเค ฟู้ดไอแลนด์” เป็น “ฟู้ดเลเจ้นด์ส บายเอ็ม บีเค” ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกกับโครงการ สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อเดือน กันยายน 2562 ภายใต้ชื่อ“ศูนย์อาหารสามย่าน ฟู้ดเลเจ้นด์ส บาย เอ็ม บีเค” ซึ่งรวบรวมร้านอาหารในตำนานจากย่าน สามย่าน สะพานเหลือง และ เยาวราช มาไว้ที่ศูนย์อาหารแห่งนี้บนพื้นที่ กว่า 1,275 ตารางเมตร เพื่อรองรับผู้เข้ามาใช้บริการได้กว่า 2,500 คนต่อวัน นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับ ศูนย์การค้าสามย่าน มิตรทาวน์และ Lineman พันธมิตรในด้านการส่งอาหารผ่าน ทาง Online Platform ในการจัดส่งเมนูอาหารระดับตำนาน โดยการสั่งอาหารจากหลากหลายร้านค้าในศูนย์การค้าได้ ภายในออเดอร์เดียวผ่าน Lineman Shopper โดยเปิดบริการที่ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์เป็นที่แรก

ธุรกิจการเงิน ดำเนินธุรกิจการให้สินเชื่อรายย่อย โดยมีหลักประกันเป็นอาคารชุดและสินเชื่อธุรกิจที่มีหลักประกัน เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่า ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีมีศักยภาพ ในการพัฒนาต่อในเชิงพาณิชย์ที่สอดคล้องกับธุรกิจของ MBK GROUP และเป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงสินเชื่อธุรกิจที่มี หลักประกันเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย ที่มีสภาพคล่องและเป็นหลักทรัพย์ที่มีพื้นฐานที่ดี ดำเนินธุรกิจโดยบริษัท เอ็ม บีเคการันตีจำกัดโดยในปี2562 พอร์ตสินเชื่อเท่ากับ 8,225 ล้านบาท โดยคิดเป็นอัตราการ เติบโตจากปี2561 ประมาณร้อยละ 28 สำหรับธุรกิจการให้บริการสินเชื่อรถจักรยานยนต์ ใหม่ซึ่งให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่เป็น รถจักรยานยนต์ ขนาดเล็กขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ดำเนินธุรกิจโดยบริษัท ทีลิสซิ่งจำกัดโดยใน ปี2562 พอร์ตเช่าซื้อเท่ากับ 7,288ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตจากปี2561 ประมาณร้อยละ 13 รวม ทั้งยังมีธุรกิจประกันชีวิตดำเนินธุรกิจโดยบริษัท เอ็ม บีเคไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยให้บริการรับประกันชีวิตราย บุคคลรับประกันชีวิตกลุ่ม ซึ่งเป็นหลักประกันด้านการออมเงิน ตลอดจนความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ สำหรับบุคคล ลูกค้า สถาบัน และองค์กรทั่วไป นอกจากนี้ยังประกอบธุรกิจนายหน้า ประกันภัยและประกันชีวิต ที่ดำเนินธุรกิจโดยบริษัท ทีเอ็ม โบรคเกอร์จำกัด โดยให้บริหารเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย และนายหน้าประกันชีวิต ทั้งนี้ผลประกอบการในการดำเนินธุรกิจ ในปี2562 ธุรกิจการเงินก็ยังสามารถรักษาผลประกอบการให้ เติบโตได้อย่างต่อเนื่องเป็นที่น่าพึงพอใจ

ธุรกิจอื่นๆ ดำเนินธุรกิจโดย บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด (AAA) โดยดำเนินธุรกิจประมูลและ บริการรับฝาก ขนย้ายยานพาหนะ ที่นำมาตรฐานการประเมิน และตรวจสอบสภาพยานพาหนะจากประเทศญี่ปุ่นมาใช้ โดยในปี2562 AAA มีรถยนต์เข้าประมูลมากกว่า 80,000 คัน ซึ่งมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 33 โดยมีการเพิ่มสถานที่จอดรถในต่างจังหวัด เพื่อรองรับ การเพิ่มขึ้นของจำนวนรถที่เข้าประมูลซึ่งปัจจุบันมีสถานที่จอดรถครอบคลุมทั้งหมด 18 จังหวัดทั่วประเทศ และในปี2563 มีแผนที่จะเปิดบริการเพิ่มอีก 5 จังหวัด ซึ่งจะทำให้ AAA มีสถานที่จัดเก็บรถเพิ่มเป็น 23 จังหวัด นอกจากนี้ยังได้มีการ พัฒนาระบบ Apple Auto Trade ซึ่งเป็นตัวกลางในการ ซื้อขายรถ เพื่อเพิ่มการให้บริการอย่างครบวงจร และพัฒนา ระบบ Apple e-Bidding เพื่อเป็นช่องทางการประมูล และ อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อ ผู้ขายสามารถประมูลรถยนต์ และ/หรือสินค้าต่างๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ในเดือน ธันวาคม 2562 บริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนเพิ่มเติมโดยได้ซื้อ หุ้นสามัญของ AAA เพิ่มเติมจากเดิมที่ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 49.99 เป็น ร้อยละ53.55 ทำให้ AAA มีฐานะเป็นบริษัทย่อยของ MBK

ศูนย์สนับสนุนองค์กร ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการ เป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนการทำธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท เอ็ม บีเค ศูนย์สนับสนุนองค์กรได้ให้ความสำคัญในขับเคลื่อน นโยบายด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นฐานรากที่สำคัญ ที่จะทำให้เกิดความมั่นคง และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่องค์กร โดยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในการนำ เทคโนโลยีมาใช้ในองค์กรเพื่อพัฒนาเพิ่มศักยภาพและขีดความ สามารถของกลุ่มธุรกิจต่างๆ ใน MBK GROUP โดยจะมีการ สนับสนุนในด้านต่างๆ คือ ด้านการบริการ โดยการปลูกฝังค่า นิยมการบริการ พร้อมทั้ง มาตรฐานการบริการ เพื่อตอบสนอง ความพึงพอใจของลูกค้าด้านกระบวนการโดยการปรับปรุงลด ขั้นตอนการทำงานด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามา ช่วย โดยได้นำแอปพลิเคชันและระบบต่างๆ เช่น MBK Application, CRM (Customer Relationship Management), e-Procurement, AI (Artificial Intelligence) มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน และพฤติกรรมของลูกค้า รวมถึงนำมา ปรับใช้ด้านการแบ่งปันทรัพยากร เช่น ด้านบัญชีการเงิน ด้านทรัพยากรบุคคลด้านจัดซื้อและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันและเกิดประโยชน์สูงสุด ในด้านการพัฒนาบุคลากรและทุนมนุษย์ โดยการปลูกฝัง วัฒนธรรมองค์กร และพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์ ให้มีความเป็นมืออาชีพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้องค์กรเจริญเติบโตอย่างมั่นคง

ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ภายใต้การดำเนินงาน ของคณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหาร และพนักงาน ที่มีความ มุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรและรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจ อย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้มีกระบวนการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับ การขยายและการเติบโตในอนาคตขององค์กร โดยยึดหลักการ กำกับดูแลกิจการที่ดีร่วมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นตาม มาตรฐานสากล โดยความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นได้ จากการได้รับการประเมินผลการกำกับดูแลกิจการของบริษัท จดทะเบียนในระดับ “ดีเลิศ (Excellent) หรือ5ดาว” ติดต่อกัน 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา

ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทฯยังคงตระหนักและให้ความสำคัญ โดยการสร้างคุณค่าร่วมกับ “สังคมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจ”ด้วยการนำความ เชี่ยวชาญของบริษัทฯ มาสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรและสังคม ไปพร้อมๆ กัน ผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การลดการใช้พลังงาน การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดของเสียจากกระบวนการต่างๆ ในการทำธุรกิจ การจัดการขยะอย่างสร้างสรรค์การจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ แก่ชุมชน ตลอดจนกระตุ้นพนักงานให้เกิดจิตสำนึกในการ ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้เกิดค่านิยม และความภาค ภูมิใจที่ได้ทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ตอบแทนสังคม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมแห่งความสุข และนำไปสู่ การพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ

สำหรับช่วงต้นปี2563 จากการระบาดของไวรัส “โควิด-19” ที่แพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ทำให้ หลายประเทศ ออกมาตรการให้ประชาชนงดการเดินทางไปยัง ประเทศสุ่มเสี่ยงซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วยส่งผลให้จำนวนการ เดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวลดลงอย่างมากรวมทั้งยังสร้าง ความวิตกกังวลให้กับคนภายในประเทศ ทำให้การจับจ่าย ใช้สอย การเดินทางท่องเที่ยวลดลง ซึ่งกระทบกับธุรกิจทุก ภาคส่วน มีผลให้สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยู่แล้วถดถอยลง ไปอีก และได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย อย่างรุนแรง

ดังนั้น ผลประกอบการในปี2563 ของบริษัท เอ็ม บีเค จำกัด (มหาชน) (MBK) และบริษัทย่อย (MBK GROUP) ในทุกกลุ่มธุรกิจ จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก รวมถึงเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขายในความต้องการของ ตลาดของบริษัทฯก็จะมีมูลค่าลดลงอย่างมากเช่นกัน โดยดัชนี ราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET INDEX) ณ 31 มีนาคม 2563 ลดลงจากปลายปี2562 ที่ 1,579.84 ลงมาที่ 1,125.86 (ลดลงประมาณ 28.74%) แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทฯ มีความมั่นใจว่า ความมั่งคง และยั่งยืน ของในบริษัทในระยะยาวจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ขอขอบคุณ ท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ให้ความไว้ วางใจ และมีส่วนช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของ MBK GROUPเป็นอย่างดีจนทำให้MBK GROUP ประสบความสำเร็จ ในการดำเนินธุรกิจอย างต่อเนื่อง รวมทั้งขอขอบคุณคณะ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ ทุกคน ที่ร่วมมือร่วมใจ ก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ด้วยความทุ่มเทในการทำงานอย่างเต็ม กำลังความสามารถ ทั้งนี้MBK GROUP จะยังคงยึดมั่นในการ ดำเนินธุรกิจอยู่บนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีบริหารงาน อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมพัฒนาและเสริมสร้างความแข็งแกร่ง เพื่อสร้างความสำเร็จและสร้างความเติบโตสู่อนาคตที่ยั่งยืนให้ กับองค์กร และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มต่อไป

 

นายบันเทิง ตันติวิท
ประธานกรรมการ

นายศุภเดช พูนพิพัฒน์
รองประธานกรรมการ

นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร