MBK Group

TH EN
 หน้าแรก

สารจากประธานกรรมการ

 

ในปีที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ประเทศไทยพบกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของแผ่นดินจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา ทรงสร้างสรรค์ นวัตกรรมต่างๆ ให้ประเทศไทยนานัปการ ทั่วโลกต่างสรรเสริญพระองค์ว่าเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ แนวทางพระราชดำริในด้านการ พัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่มีการนำไปปรับใช้ทั่วโลก ปรากฏเป็นผลงานที่ทั้งประชาชนคนไทยและคนทั่ว โลกได้ประจักษ์ ปวงข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”) และบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัท”) ขอน้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2559 นั้น มีอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศร้อยละ 3.1 ซึ่งสูงกว่าอัตราการ เติบโตในปี 2558 เล็กน้อย อย่างไรก็ดี สำหรับ กลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค นั้น ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่งท่ามกลางความ ท้าทายต่างๆ

กลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค นั้น มีผลการดำเนินงานในภาพรวมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2558 โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 11,268 ล้านบาท ลดลง 945 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8 ในขณะที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น ของบริษัทฯ 2,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 240 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13 โดยธุรกิจที่มีผลประกอบการที่ดีขึ้นได้แก่ ธุรกิจการเงินซึ่งเติบโต ตามพอร์ตการให้สินเชื่อ และธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวที่มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รายได้อื่นเพิ่มขึ้นจากเงินปันผลรับและ กำไรจากการขายเงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการตลาด ส่วนธุรกิจที่มีผลประกอบการลดลงได้แก่ ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ เนื่องจาก โครงการควินน์ คอนโดมิเนียม ได้สร้างเสร็จและรับรู้รายได้เป็นส่วนใหญ่แล้วในปี 2558 และจากธุรกิจอาหารที่ลดลง เนื่องจากคำสั่งซื้อ ข้าวภายใต้โครงการรัฐบาลต่อรัฐบาล (Government to Government : G to G) ลดลง จากที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้ฐานะการเงินของ กลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 เมื่อเทียบกับปี 2558 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ มีสินทรัพย์รวม 42,518 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,969 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5 ขณะที่มีหนี้สินรวม 22,166 ล้านบาท ลดลง 443 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2 และมีส่วนของ ผู้ถือหุ้นรวม 20,352 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,412 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13

โดยในปี 2559 กลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค ได้มีการดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้

ธุรกิจศูนย์การค้า ในส่วนของศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ปี 2559 ได้มีการปรับปรุง และพัฒนาศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยังคงมุ่งรักษาการเป็นศูนย์การค้า ที่เป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยว โดยได้มีการปรับโฉมหน้าอาคาร (Facade) ครั้ง ใหญ่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้มีสีสัน และทันสมัยมากยิ่งขึ้น ตลอดจนมีการปรับปรุงพื้นที่ เช่าภายในอาคาร พื้นที่ส่วนกลางชั้น 2 และชั้น 6 Zone D เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้เช่า และผู้ใช้บริการที่หลากหลาย

โดยในเดือนธันวาคม ได้เปิดใช้งานทางเดินลอยฟ้า (Sky walk) เชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ กับ อาคาร เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตั้งแต่สี่แยกปทุมวัน เลียบมาตามแนวถนนพญาไท ถึงซอยจุฬา 12 และเชื่อมต่อจากอาคาร ไปตามแนวซอยจุฬา 12 จนไปสิ้นสุดบริเวณสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับ ลูกค้าและเพิ่มจำนวนลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์การค้ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค ได้มีการ ปรับปรุงพื้นที่ในโซนต่างๆ อาทิ การสร้างสะพานลอยทางเชื่อมระหว่าง อาคารศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค และศูนย์การค้า HaHa บริเวณ ชั้น 2 การปรับปรุงพื้นที่ภายในตัวอาคารและการปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อปรับปรุงพื้นที่ให้มีความทันสมัย และมีสินค้า บริการ สิ่งอำนวย ความสะดวกต่างๆ มากขึ้น โดยใช้งบประมาณมากกว่า 35 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจศูนย์การค้า ที่บริษัทร่วม ได้ร่วมลงทุนกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ ในโครงการใหญ่ระดับพรีเมี่ยม “ไอคอนสยาม (ICONSIAM)” เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การค้า โรงแรม และคอนโดมิเนียม ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเจริญนคร โดยปัจจุบันโครงการไอคอนสยามยังอยู่ ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการในส่วนของศูนย์การค้าได้ประมาณกลางปี 2561

ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ในปี 2559 ที่ผ่านมา ทางกลุ่มธุรกิจยังคงปรับปรุงและขยายโรงแรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการ ปรับปรุงห้องพัก การบริการ การติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ทันสมัย สามารถตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าและผู้ใช้บริการให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด อาทิ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ได้มีการเพิ่มห้องอาหาร PISA Restaurant ที่ให้บริการ ห้องประชุม และห้องอาหารสไตล์อิตาเลี่ยน, โรงแรม ดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท ได้มีการเปิดตัวห้องอาหารมาลาตี บีชบาร์ เพื่อให้ลูกค้าได้ สัมผัสชายหาดริมทะเลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้ปรับปรุงห้องอาหารต่างๆ เช่น ห้องอาหารอิตาเลี่ยน ห้องอาหาร Coco Vida ให้มีรูปแบบ และบรรยากาศของ Pool and Beach นอกจากนี้ โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท ได้เข้าร่วมโครงการ และผ่านการรับรองมาตรฐาน TCEB (Thailand Convention and Exhibition Bureau) ตั้งแต่ปี 2558 ต่อเนื่องจนถึงปี 2559 ทำให้ลูกค้า และผู้ใช้บริการสามารถ มั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานการบริการของโรงแรมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้สำหรับ โรงแรม ลยานะ รีสอร์ท แอนด์ สปา ได้มีการปรับปรุงและ ขยายห้องพักเพิ่มขึ้นจำนวน 6 ห้อง

ธุรกิจกอล์ฟ มีสนามกอล์ฟให้บริการจำนวนทั้งสิ้น 5 สนาม โดยแบ่งออกเป็น 2 สนามในจังหวัดภูเก็ต คือ สนามกอล์ฟ เดอะ ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คอร์ส และสนามกอล์ฟ เดอะ เรด เมาเทิน กอล์ฟ คอร์ส โดยทั้ง 2 สนาม เป็นสนามที่ได้รับการยอมรับจากนักกอล์ฟทั้ง ชาวต่างชาติ และชาวไทยว่า เป็นสนามกอล์ฟที่ดีที่สุดสนามหนึ่ง จนสามารถสร้างชื่อเสียงขึ้นมาเป็นสนามกอล์ฟชั้นนำของประเทศไทย และ ได้รับรางวัลต่างๆ จาก Tripadvisor, Asian Golf Award, HAPA, Thailand Best Golf Courses, Best of Thailand Awards Voted by Chinese Tourists, IAGTO, IGOLF Charter เป็นต้น ส่วนอีก 3 สนามในจังหวัดปทุมธานี คือ สนามกอล์ฟ ริเวอร์ เดล กอล์ฟ แอนด์ คันทรี่ คลับ และ สนามกอล์ฟ บางกอกกอล์ฟ คลับ โดยมีการให้บริการ Night Golf เพื่อความสะดวกของผู้ใช้บริการที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และสนามกอล์ฟอีก 1 สนามคือ สนามกอล์ฟ ลำลูกกา คันทรี คลับ ตั้งอยู่ในจังหวัดปทุมธานีเช่นกัน ทั้งนี้ ได้มีการทำสัญญา การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกับสนามกอล์ฟชั้นนำในต่างประเทศอีกหลายสนาม ทำให้ธุรกิจกอล์ฟของกลุ่ม เอ็ม บี เค มีพันธมิตรทางธุรกิจ กับสนามกอล์ฟในหลายประเทศ

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ดำเนินธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อขาย ธุรกิจรับบริหารทรัพย์สิน และธุรกิจ ให้คำปรึกษาและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน โดยทีมงานผู้มีประสบการณ์ และความชำนาญในธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ โดยในปี 2559 ยังคงมีรายได้หลักจากโครงการ ควินน์ คอนโดมีเนียม ซึ่งเป็นการ รับรู้รายได้ในส่วนที่เหลือของโครงการจำนวน 1,000 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 3,200 ล้านบาท และยังมีแผนจะพัฒนาที่อยู่อาศัยในแนวสูงอย่างต่อเนื่องเป็นโครงการที่ 2 บริเวณถนน สุขุมวิทในแนวรถไฟฟ้า โดยคาดว่าจะเปิดตัวโครงการภายในต้นปี 2561

นอกจากนี้ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2559 กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้มีการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยรอบสนามกอล์ฟ ริเวอร์เดล กอล์ฟ แอนด์ คันทรี่ คลับ โดย โครงการพาร์ค ริเวอร์เดล มีรูปแบบโครงการเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ซึ่งมีบ้านให้เลือก 3 ขนาด จำนวน 79 หลัง มีการออกแบบที่ทันสมัยสไตล์โมเดิร์นพร้อมบรรยากาศที่ร่มรื่น มูลค่าโครงการรวมกว่า 670 ล้านบาท ปัจจุบันได้ดำเนิน ก่อสร้างเสร็จพร้อมขายแล้ว 41 หลัง และคาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จทั้ง 79 หลังภายในปี 2560 อีกทั้งมีแผนจะเปิดตัว โครงการริเวอร์เดล เรสซิเดนซ์ ซึ่งเป็นโครงการระดับลักซ์เซอรี่ เป็นโครงการถัดไปในช่วงไตรมาส 2 ปี 2560 โดยมีรูปแบบโครงการ สไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารี่ เป็นการเสนอขายที่ดินเปล่าแปลงสวยริมสนามกอล์ฟให้แก่ลูกค้าพร้อมแบบบ้าน และบ้านพร้อมที่ดิน รวม ทั้งสิ้น 56 แปลง รวมมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท และยังมีแผนจะปรับปรุงและพัฒนาที่ดินแปลงอื่นๆ รอบสนามกอล์ฟในระยะถัดไปอีกด้วย

ธุรกิจอาหารดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับด้านอาหาร ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) หรือ PRG โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา ธุรกิจข้าว ยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์ในด้านการพัฒนาคุณภาพสินค้า การควบคุมต้นทุนการผลิต การขายและการตลาด โดยได้รับความเชื่อถือให้เข้าร่วมเป็นผู้ผลิตข้าวสารให้กับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นตัวแทนรัฐบาลไทยในการตกลง ซื้อขายข้าวแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (G to G) และยังคงพัฒนาออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทั้งในกลุ่มสินค้าข้าว และกลุ่มสินค้าอาหารอื่นๆ เช่น ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ข้าวไรซ์เบอรี่อินทรีย์ ข้าวหอมผสม น้ำมะขามเข้มข้นเพื่อการส่งออก เป็นต้น ทั้งนี้ในธุรกิจจำหน่ายข้าวสาร ยังคงมี การพัฒนาและรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง จนได้รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณข้าวหอมมะลิบรรจุถุงรูปพนมมือ ซึ่งเป็นรางวัลรับรองให้ แก่ข้าวคุณภาพดี และมีคุณภาพได้มาตรฐานสม่ำเสมอ โดยได้รับรางวัลนี้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 จากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์

นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจร้านอาหารและศูนย์อาหาร ยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์ในการขยายสาขาและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อ เนื่อง โดยมีการลงทุนปรับปรุงศูนย์อาหาร THE FIFTH Food Avenue ครั้งใหญ่ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้มีความทันสมัย ให้ผู้ใช้ บริการได้รับประสบการณ์ที่ดีในการใช้บริการ ทั้งนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อแบรนด์ของร้านอาหารญี่ปุ่นจาก จาก Fujio Shokudo เป็น Hina Japanese Restaurant ซึ่งเปิดให้บริการที่ชั้น 6 ของศูนย์การค้า MBK Center รวมทั้งได้ขยายสาขาร้านสุกี้ยากี้ นัมเบอร์วันเพิ่ม ขึ้นอีก 1 สาขา เป็นสาขาที่ 4 ที่โครงการ เอซี พลาซ่า สายไหม

ธุรกิจการเงิน ดำเนินธุรกิจการให้สินเชื่อรายย่อย เพื่อซื้ออาคารชุด และสินเชื่อธุรกิจที่มีหลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่า ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี มีศักยภาพในการพัฒนาต่อในเชิงพาณิชย์ได้ และเป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงการให้บริการสินเชื่อรถจักรยานยนต์ ใหม่ ซึ่งผลประกอบการในการดำเนินธุรกิจในปี 2559 ธุรกิจการเงินมีผลประกอบการที่เติบโตอย่างน่าพึงพอใจ จากการเติบโตของพอร์ต การให้สินเชื่อ และธุรกิจให้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่มีรายได้เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าปีก่อน นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจการเงินยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนา ผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

ธุรกิจอื่นๆ ดำเนินธุรกิจประมูล ที่นำมาตรฐานการประเมินและตรวจสอบสภาพยานพาหนะจากประเทศญี่ปุ่นมาใช้ ในปี 2559 บริษัทฯ มีการเพิ่มสถานที่จอดรถในต่างจังหวัด เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถที่เข้าประมูล โดยปัจจุบันมีสถานที่จอดรถครอบคลุม ทั้งหมด 13 จังหวัดทั่วประเทศ และในปี 2560 มีแผนที่จะเปิดบริการเพิ่มอีก 3 จังหวัด คือ ระยอง นครราชสีมา และกระบี่ ซึ่งจะทำให้ AAA มีสถานที่จอดรถเพิ่มเป็น 16 จังหวัด นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาระบบการตรวจสอบสภาพรถผ่าน Tablet รวมทั้งได้มีการพัฒนา ระบบราคากลาง ในชื่อ Apple Auction Book เพื่อให้ลูกค้าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถดูราคากลางของรถที่จบประมูล หรือราคารถจบ ประมูลเป็นรายคันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว นอกจากนี้ในปี 2560 มีแผนที่จะพัฒนาจัดทำ เว็บไซต์สำหรับราคากลางโดยเฉพาะ เพื่ออำนวย ความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อผู้ขาย และบุคคลทั่วไปที่ต้องการทราบราคาจบประมูล และจัดทำ Application เพื่อตอบสนองการใชชี้วิตของคน รุ่นใหม่ ในการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการประมูลออนไลน์ ให้สามารถใช้งานผ่าน Apple Mobile Live Bid Application ได้

หน่วยงานสนับสนุนส่วนกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการเป็นที่ปรึกษาและให้สนับสนุนการทำธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค ด้วยพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ที่หลากหลายในธุรกิจ โดยการผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร เพื่อพัฒนา พร้อมเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถขององค์กรด้านงานสนับสนุน เพื่อลดต้นทุนและปรับปรุงระบบงานด้าน Back Office โดยการบริหารจัดการ เพื่อวางรากฐานสู่การเป็นศูนย์กลาง Shared Services โดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อเพิ่มความได้เปรียบใน การแข่งขัน ได้แก่ การพัฒนาและติดตั้งระบบสารสนเทศในการจัดทำงบการเงินรวม เพื่อสร้างมาตรฐานทางบัญชีให้เป็นรูปแบบเดียวกัน ทั่วทั้งกลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค การบริหารสภาพคล่องทางการเงิน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ของกลุ่มบริษัท การจัดทำฐานข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคล Human Resource Information System - HRIS เพื่อพัฒนางานบริหารและพัฒนาทรัพยากร บุคคล และทุนมนุษย์ได้อย่างยั่งยืน รวมถึงงาน e-Procurement ที่มุ่งเน้นด้านการบริหารงานจัดซื้อเชิงกลยุทธ์ ควบคู่ไปกับการรักษา ระดับคุณภาพสินค้าและบริการของผู้ขาย

ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมุ่งมั่นแสดงเจตจำนงที่จะดำเนิน ธุรกิจอย่างโปร่งใส ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ทำให้บริษัทฯ ได้การรับการรับรองเป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชน ไทยในการต่อต้านการทุจริต โดยคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยยืนยัน แนวทางที่ชัดเจนของบริษัทฯ ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างชัดเจน นอกจากนี้จากการดำเนินธุรกิจโดยรับผิดชอบต่อสังคมและ สิ่งแวดล้อม ได้สะท้อนให้เห็นได้จากการที่บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 100 อันดับหลักทรัพย์ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาธิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ประจำปี 2559 จากทั้งหมด 612 บริษัทจด ทะเบียน ซึ่งประเมินโดยหน่วยงาน ESG Rating ของสถาบันไทยพัฒน์

ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชน สังคม คณะผู้บริหาร ตลอดจน พนักงานทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุน ให้ความเชื่อถือ และไว้วางใจในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค ด้วยดีมาตลอดระยะเวลา กว่าสามสิบปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้ทุกย่างก้าวของการเติบโต ของกลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค เป็นไปด้วยความมั่นคง แข็งแกร่ง สามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้น และสังคมได้อย่าง ยั่งยืนสืบไป

 

นายบันเทิง ตันติวิท
ประธานกรรมการ

นายศุภเดช พูนพิพัฒน์
รองประธานกรรมการ

นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร