MBK Group

TH EN
ร่วมงานกับเรา  หน้าแรก

สารจากประธานกรรมการ

 

ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2560 มีสัญญาณการฟื้นตัวใน ทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีอัตราการขยายตัวจากปีก่อนประมาณร้อยละ 4 โดยเป็นการ ฟื้นตัวภาคการส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยว ประกอบกับแรงหนุนหลักจาก นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตร สวัสดิการแห่งรัฐโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการ พัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน และการอัดฉีดงบประมาณพิเศษ แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจ ในปี 2560 จะดีขึ้นกว่าปี 2559 ที่ผ่านมาก็ตาม แต่บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) “MBK) และบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัท”) ยังมีบางกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก ปัจจัยในการดำเนินธุรกิจในภาพรวมอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค ยัง คงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้าง และพัฒนาขีดความสามารถภายในองค์กร ให้สามารถรักษา การสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน

กลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค มีผลการดำเนินงานในภาพรวม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ที่ลดลงเมื่อเทียบกับปี2559 โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 10,497 ล้านบาท ลดลง 771 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7 และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ 1,841 ล้านบาท ลดลง 214 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ10 โดยธุรกิจที่มีผลประกอบการที่ดีขึ้นได้แก่ ธุรกิจการเงิน ซึ่งเติบโตตามพอร์ตการให้สินเชื่อ ส่วนธุรกิจที่มีผลประกอบการลดลง ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากโครงการ ควินน์ คอนโดมิเนียม ได้สร้างเสร็จ และรับรู้รายได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว ในปี 2558 และปี 2559 และจากธุรกิจอาหารที่ลดลงเนื่องจากคำสั่งซื้อข้าวภายใต้โครงการรัฐบาลต่อรัฐบาล (Government to Government : G to G) ลดลง ส่วนฐานะการเงินของกลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 เมื่อเทียบกับปี 2559 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ มีสินทรัพย์รวม 46,552 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,034 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9 มีหนี้สินรวม 24,367 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,201 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10 หนี้สินรวมดังกล่าวประกอบด้วยเงินกู้ยืม 12,858 ล้านบาท หนี้สินตามสัญญาเช่าการเงินระยะยาว 5,000 ล้านบาท ค่าเช่าและค่าบริการรับล่วงหน้า 1,602 ล้านบาท หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี 1,627 ล้านบาท และหนี้สินอื่นๆ 3,280 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 22,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,833 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9

โดยในปี 2560 กลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค ได้มีการดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้

ธุรกิจศูนย์การค้า ในส่วนของศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยังคงมุ่งรักษาการเป็นศูนย์การค้าที่ เป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ของกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยในส่วนของการปรับปรุงศูนย์การค้าภายนอกอาคารนั้น ได้ดำเนินการแล้วเสร็จนอกจากนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่ของศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนของ ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ในการเป็น “Local Professional Art” ที่ถ่ายทอดประสบการณ์ในการเป็นเมืองแห่งสีสันที่หลายหลายในแบบ Local Lifestyle ที่น่าค้นหา เหนือความคาดหมาย และเพื่อตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์คแห่งความสุขสดใสในย่านปทุมวัน โดยการผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรในย่านสยาม ในโครงการ “สมาคมการค้าพลังสยาม” ที่สร้างการเชื่อมต่อทางกายภาพด้วย “วันสยาม สกาย วอร์ค” เพื่อการสร้างความแข็งแกร่งให้ย่านสยามให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และตอกย้ำความเข้มแข็งให้กับผู้ใช้บริการชาวไทย ตลอดจนมีการปรับปรุงพื้นที่เช่า และพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารบริเวณ ชั้น G, 4, 6 และเพิ่มบันไดเลื่อนชั้น 3 สำหรับขึ้นลงชั้น 4 เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ทันสมัย และเพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้เช่าและผู้ใช้บริการได้อย่างครบครัน นอกจากนี้เมื่อกลางปี 2560 ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้มีการเปิดตัว MBK Golf Award, HAPA, Thailand GROUP Application ในการนำเสนอข่าวสารโปรโมชั่น กิจกรรมทางการตลาด ส่วนลดและสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า ซึ่งมีฐานลูกค้าที่ใช้ แอพพลิเคชั่นแล้วมากกว่า 33,000 ราย ตอบสนองไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตที่หลากหลายของผู้บริโภคโดยในเดือนกรกฎาคม บริษัท 1 ย่อยของ MBK ได้ซื้อหุ้นเพิ่มขึ้นของบริษัท ที่ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค และบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอาคาร พาราไดซ์ เพลส ซึ่งเดิมชื่อ ศูนย์การค้า HaHa ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 100% ทั้งสองบริษัท

สำหรับธุรกิจศูนย์การค้า ที่บริษัทร่วม ได้ร่วมลงทุนกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ ในโครงการ “ไอคอนสยาม (ICONSIAM)” เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การค้า และคอนโดมิเนียม ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเจริญนคร โดยปัจจุบันโครงการไอคอนสยามยังอยู่ในระหว่างการ ก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการในส่วน ของศูนย์การค้าได้ประมาณปลายปี 2561

ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ทางกลุ่มธุรกิจยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพในการให้บริการที่เป็นมาตรฐานระดับ สากล และปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มธุรกิจโรงแรม และการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการปรับปรุงห้องพักการบริการ การติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ทันสมัย สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า และผู้ใช้บริการให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด ซึ่งจะเห็นได้จากผลประกอบการของโรงแรมดุสิตธานี กระบี บีช รีสอร์ท ที่มีอัตราการ เติบโตที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเข้าร่วมโครงการ และผ่านการรับรองมาตรฐาน TCEB (Thailand Convention and Exhibition Bureau) ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ทำให้ลูกค้า และผู้ใช้บริการมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานการบริการของ โรงแรม ผนวกกับทัศนียภาพที่สวยงามของโรงแรม ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ยุโรป และ สแกนดิเนเวีย

นอกจากนี้ในส่วนของโรงแรม ทินิดี กอล์ฟรีสอร์ท แอท ภูเก็ต เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ภายในสนามกอล์ฟ เดอะ ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คอร์ส และสนามกอล์ฟ เดอะ เรด เมาเทิน กอล์ฟ คอร์ส จังหวัดภูเก็ต มีการเพิ่มห้องพัก ในโครงการ ล็อค ปาล์ม เรสซิเดนซ์ เพื่อให้บริการลูกค้า และ นักกอล์ฟ ที่มีความหรูหรา และเป็นส่วนตัวมากขึ้น ในระดับห้อง Suite เพื่อเพิ่มชนิดของห้องพักให้หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและยังเป็นการเพิ่ม ยอดขายให้กับโรงแรมมากยิ่งขึ้น

ธุรกิจกอล์ฟ มีสนามกอล์ฟให้บริการจำนวนทั้งสิ้น 5 สนาม โดยแบ่งออกเป็น 2 สนามในจังหวัดภูเก็ต คือ สนามกอล์ฟ เดอะ ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คอร์ส และสนามกอล์ฟ เดอะ เรด เมา เป็น กอล์ฟ คอร์ส โดยทั้ง 2 สนาม เป็นสนามที่ได้รับการยอมรับ - จากนักกอล์ฟทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติว่า เป็นสนามกอล์ฟที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย และได้รับรางวัลระดับนานาชาติ มากมาย จาก Tripadvisor, Asian Best Golf Courses, Best of Thailand Awards Voted by Chinese Tourists เป็นต้น ส่วนอีก 3 สนามในจังหวัดปทุมธานีกอล์ฟ บางกอกกอล์ฟ คลับ ซึ่งที่สนามบางกอกกอล์ฟ คลับมีการให้บริการทั้ง Day Golf และ Night Golf เพื่อความสะดวกของผู้ใช้บริการที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และได้มีการปรับปรุงพัฒนาคุณภาพของสนามอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับปรุงในส่วนของสภาพสนาม และคลับเฮาส์ เพื่อเพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการ และสนามกอล์ฟอีก 1 สนามคือ สนามกอล์ฟลำลูกกาคันทรี คลับ ตั้งอยู่ในจังหวัดปทุมธานีเช่นกัน ทั้งนี้ ได้มีการทำสัญญาการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกับสนามกอล์ฟชั้นนำในต่างประเทศอีกหลายสนาม ทำให้ธุรกิจกอล์ฟของกลุ่ม เอ็ม บี มีความหลากหลายและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ดำเนินธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อขายธุรกิจรับบริหารทรัพย์สิน และธุรกิจให้คำปรึกษาและประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ โดยในปี 2560 รายได้หลักจากโครงการ ควินน์ คอนโดมีเนียม ที่ประสบความสำเร็จ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งได้ทยอยรับรู้รายได้ในช่วงปี 2559 ไปทั้งจำนวนแล้วแต่อย่างไรก็ตามทางกลุ่มธุรกิจ ยังคงมุ่งเน้นพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดเพิ่มเติมบริเวณแนวรถไฟฟ้าย่านสุขุมวิท ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเปิดตัวโครงการภายในไตรมาส 3 ปี 2561 และมีแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ด้วยการเปิดโครงการบ้านพักอาศัยบริเวณถนนพระราม 9 ด้วยรูปแบบบ้าน ที่ทันสมัย หรูหรา ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 500 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเปิดขายโครงการได้ภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561

สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งประกอบด้วยโครงการ พาร์ค ริเวอร์เดล มลค่าโครงการ 700 ล้านบาท และโครงการ ริเวอร์เดล เรสซิเดนซ์มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งสามารถสร้างยอดรับรู้รายได้ในปี 2560 ให้แก่กลุ่มธุรกิจได้รวมกว่า 200 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถปิดขายทั้งสองโครงการได้ภายในปี 2562 นอกจากนี้ โครงการที่อยู่ในจังหวัด ภูเก็ต ในปี 2560 กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้มีการเปิดขายโครงการ ล็อค ปาล์ม เรสซิเดนซ์ ที่ตั้งอยู่ภายในสนามกอล์ฟ เดอะ ล็อคปาล์ม กอล์ฟ คอร์ส จำนวน 4 แปลง มูลค่าโครงการ 70 ล้านบาท และยังมีแผนจะปรับปรุงและพัฒนาที่ดินแปลงอื่นๆ รอบสนามกอล์ฟในระยะถัดไปอีกด้วย

ธุรกิจอาหาร ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับด้านอาหาร ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) หรือ PRG โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา ธุรกิจข้าว ยังต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวนการแข่งขันที่รุนแรงทางด้านราคา แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจอาหาร ยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์ในด้านการพัฒนาคุณภาพสินค้า คือ สนามกอล์ฟ ริเวอร์ เดล กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ และ สนาม การควบคุมต้นทุนการผลิต การขายและการตลาด ตลอดจนการสร้างสรรค์ภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพื่อตอกย้ำให้ผู้ บริโภคทราบถึงศักยภาพและภาพลักษณ์ของตราสินค้า ที่กลุ่ม ธุรกิจต้องการส่งมอบสิ่งดีๆ สู่ผู้บริโภค ในเรื่องของคุณภาพความปลอดภัย ตั้งแต่ต้นกระบวนการจนถึงสิ้นสุดการบริโภค จากการ จัดจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้า “ข้าวมาบุญครอง” และ “ข้าวมาบุญครอง พลัส” ทั้งในและต่างประเทศ โดยได้รับความเชื่อถือให้เข้าร่วมเป็นผู้ผลิตข้าวสารให้กับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นตัวแทนรัฐบาลไทยในการตกลงซื้อขายข้าวแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (G to G) ทั้งนี้จากการพัฒนาและรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่องทำให้ PRG ได้รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณข้าวสารหอมมะลิบรรจุถุงรูปพนมมือติดดาว ซึ่งเป็นรางวัลรับรองให้แก่ข้าวคุณภาพดี และมีคุณภาพได้มาตรฐานสม่ำเสมอโดยได้รับรางวัลนี้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 จากกรมการ ทรัพย์สิน โดยทีมงานผู้มีประสบการณ์ และความชำนาญในธุรกิจ

นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจร้านอาหารและศูนย์อาหารกลุ่มธุรกิจได้ขยายการลงทุนในธุรกิจร้านอาหารและศูนย์อาหารอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์ในการสร้างมาตรฐานการบริการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย ในปี 2560 รวมทั้งมีการปรับปรุง Re-brand และ Re-product Concept ของสินค้าและผลิตภัณฑ์ ของ Brand Hina Japanese Restaurant ให้มีจุดขายที่โดดเด่น แบบ Japanese Fusion ภายใต้ Concept “Craft Japanese Culinary” เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคและกลุ่มลูกค้าของศูนย์การค้าที่ร้านอาหารตั้งอยู่ รวมถึงได้มีการขยายการลงทุนเพิ่มเติม โดยดำเนินการครัวกลาง เพื่อการเพิ่มมาตรฐานคุณภาพของวัตถุดิบ และอาหารภายในร้าน สำหรับรองรับการขยายสาขาของธุรกิจร้านอาหาร อย่างไรก็ดีธุรกิจร้านอาหารและศูนย์อาหารนั้นยังเป็นธุรกิจที่มีขนาดเล็กอยู่ จึงส่งผลให้รายได้และกำไรในส่วนนี้ ยังไม่มีนัยสำคัญต่อกลุ่มบริษัทโดยรวม

ธุรกิจการเงิน ดำเนินธุรกิจการให้สินเชื่อรายย่อย เพื่อซื้ออาคารชุด และสินเชื่อธุรกิจที่มีหลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่า ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี มีศักยภาพในการพัฒนาต่อในเชิงพาณิชย์ได้ และเป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงสินเชื่อธุรกิจที่มี หลักประกันเป็นสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ยังดำเนินธุรกิจการให้บริการสินเชื่อรถจักรยานยนต์ใหม่ และธุรกิจประกันชีวิต โดยให้บริการรับประกันชีวิตรายบุคคล รับประกันชีวิตกลุ่ม ซึ่งเป็นหลัก ประกันด้านการออมเงิน ตลอดจนความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ สำหรับบุคคล ลูกค้าสถาบัน และองค์กรทั่วไป ทั้งนี้ผลประกอบการในการดำเนินธุรกิจในปี 2560 ธุรกิจการเงินมีผลประกอบการที่ เติบโตอย่างน่าพึงพอใจ จากการเติบโตของพอร์ตการให้สินเชื่ออย่างต่อเนื่อง และธุรกิจให้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์มีการขยายตลาดการให้สินเชื่อไปยังกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลางและขนาดใหญ่มากขึ้น ทำให้รายได้เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าปี 2559 นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจการเงินยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

ธุรกิจอื่นๆ ได้แก่ บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด (“AAA”) ดำเนินธุรกิจประมูลรถยนต์ ซึ่งนำมาตรฐานการประเมินและตรวจสอบสภาพยานพาหนะจากประเทศญี่ปุ่นมาใช้ ในปี 2560 บริษัทฯ มีการเพิ่มสถานที่จัดเก็บรถในต่างจังหวัดเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถที่เข้าประมูล โดยปัจจุบันมีสถานที่จัดเก็บรถครอบคลุมทั้งหมด 13 จังหวัดทั่วประเทศ และในปี 2561 มีแผนที่จะเปิดบริการเพิ่มอีก 3 จังหวัด ซึ่งจะทำให้ AAA มีสถานที่จัดเก็บรถเพิ่มเป็น 16 จังหวัด นอกจากนี้ยังได้มี 2017) โดยความร่วมมือของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การพัฒนาระบบการตรวจสอบสภาพรถผ่าน Tablet รวมทั้งได้มีการพัฒนาระบบราคากลาง ในชื่อ Apple Auction Book เพื่อให้ลูกค้าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถดูราคากลางของรถที่จบประมูล หรือ 5 หรือราคารถจบประมูลเป็นรายคันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอด จนมีการพัฒนา / re-design website ของ AAA ให้มีรูปแบบที่ต้องการประมูลออนไลน์ ผ่านทั้งระบบ Android และ IOS

หน่วยงานสนับสนุนส่วนกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการเป็นที่ปรึกษาและให้สนับสนุนการทำธุรกิจหลักของกลุ่ม บริษัท เอ็ม บี เค ด้วยพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ที่หลากหลายในธุรกิจ โดยการผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กรเพื่อพัฒนา เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในกลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค โดยจะมีการสนับสนุนในด้านต่างๆ คือ ด้านการบริการ โดยการปลูกฝังค่านิยมการบริการ เพื่อตอบสนองความพึงการบริการ พร้อมทั้งมาตรฐานพอใจของลูกค้า ด้านกระบวนการ โดยการปรับปรุงลดขั้นตอนการทำงานด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วย โดยได้นำระบบ CRM (Customer Relationship Management), MBK Application, E-Procurement เข้ามาปรับใช้ ด้านการแบ่งปันทรัพยากร เช่น ทรัพยากรด้านบุคลากร, ด้านจัดซื้อ, ด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันและเกิดประโยชน์สูงสุด ด้านการพัฒนาบุคลากรและทุนมนุษย์ โดย การปลูกฝังวัฒนธรรม องค์กร และพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้มีความเป็นมืออาชีพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรได้อย่างยั่งยืน ด้านการบริหาร Brand เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของกลุ่มบริษัท เอ็ม บีเค และเกิดความแข็งแกร่งของ Brand อย่างยั่งยืน

ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่น ทุ่มเท และยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงการสร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่าง ยั่งยืน ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม โดยสะท้อนให้เห็นได้จากการประกาศผลการประเมินการ กำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนประจำปี 2560 (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย โดยเป็น 1 ใน 110 บริษัทที่ได้รับการประเมินในระดับ “ดีเลิศ (Excellent) ดาว” จากจำนวนบริษัทที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นรวม 620 บริษัท

ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ทันสมัย และเข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดทำ Mobile ยังคงตระหนักและให้ความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุน Live Bid Application เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมอย่างจริงจัง ผ่านโครงการและ กิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การลดการใช้พลังงาน ลดของ เสียจากกระบวนการต่างๆ ในการทำธุรกิจ การจัดการขยะอย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนปลูกฝังให้พนักงานมีจิตสำนึกในการแบ่งปัน และการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ตอบแทนสังคม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ

ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ขอขอบคุณท่านผู้ถือ หุ้น ลูกค้า พันธมิตร คู่ค้า คณะผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนที่มีส่วนช่วยสนับสนุน การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค ด้วยดีเสมอมา ทั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่น และทุ่มเทในการบริหารงานอย่างมืออาชีพของกลุ่มบริษัท เอ็ม บี เค ที่ไม่หยุดนิ่งที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า ในการหาโอกาสการขยายการลงทุนธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เพื่อก้าวสู่การเป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำของประเทศในอนาคต ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในการลงทุนอย่างมีศักยภาพ และสร้างการเติบโตให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างยั่งยืน และมั่นคงตลอดไป

 

นายบันเทิง ตันติวิท
ประธานกรรมการ

นายศุภเดช พูนพิพัฒน์
รองประธานกรรมการ

นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร